เมื่อในห้องมี 2 คน จะตกแต่งห้องอย่างไรให้ลงตัว

                บางครั้งคนเราพอถึงจุด ๆ หนึ่งนั้นในการตกแต่งห้องนั้นจากเดิมที่เคยอยู่คนเดียวภายในห้องก็อาจจะต้องมีสมาชิกเพิ่มมาอีกคน  และ แน่นอนว่าในการตกแต่งห้องนั้นความชอบทั้ง 2 คนนั้นอาจจะ (และมีโอกาสเป็นไปได้สูง)  ที่จะชื่นชอบไม่เหมือนกัน  จึงทำให้การตกแต่งนั้นยากขึ้นดังนั้นในบทความนี้เรามาดูคำตอบของเรื่องนี้กันดีกว่าครับว่าถ้าหากว่าอยู่กัน 2 คน “การตกแต่ง” ห้องนั้นเราควรจะทำอย่างไร

ทาสีผนังห้องด้วยความเป็นกลาง

            สีของผนังห้องนั้นเราอาจจะเริ่มโดยที่ทาสีที่มีความเป็นกลางไว้ก่อน เพื่อทั่งสองฝ่าย อย่างเช่น สีครีม สีขาว  สีไข่ สีทราบ หรือสีอะไรก็ได้ที่เป็นสีอ่อน ๆ ก่อนนะครับเพื่อที่จะทำให้ภายในห้องนั้นมีบรรยากาศที่อบอุ่น และ ยังสามารถที่จะตกแต่งได้หลากหลายแบบอีกด้วย ดังนั้นการเริ่มทาสีผนังโดยที่ทั้งสองใยนั้นเห็นด้วยก็เป็นความคิดที่เข้าท่านะครับ

เฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

            ในเมื่ออยู่กัน 2 คน แล้วแน่นอนว่าการซื้อเฟอร์นิเจอร์นั้นค่อนข้างจะเป็นได้ยาก ที่จะให้ทั้ง 2 คนนั้นชื่นชอบในสไตล์เดียวกัน ดังนั้นเพื่อให้ปัญหานี้ถูกแก้ไขด้วยความเป็นกลางมากที่สุดนั้นคือ ก็ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ของตัวเองไปเลยนะครับ ชอบแบบไหนก็เลือกซื้อได้เลย ขอเพียงแค่คิดถึงความเข้ากันของสีห้อง และ เฟอร์นิเจอร์นะครับ  ซึ่งบางทีก็อาจจะกลายเป็นความแตกต่างที่ลงตัวก็ได้นะครับ

กันห้องเพื่อเพิ่มพื้นที่

            สำหรับบางคนนั้นการที่อยู่ด้วยกันสองคนอาจจะเป็นเรื่องปลกใหม่การที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวก็ยังจะมีอยู่ดังนั้นการที่จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในการกั้นห้องก็สามารถทำได้นะครับอย่างเช่น ยิปซั่มบอร์ด TOA  หรือใช้ผนังเบาก็ได้ในการกั้นห้องเพื่อที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจในส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งบางคนนั้นก็มีโลกส่วนตัวที่สูงด้วยเช่นนี้ก็มีนะครับ

หาจุดที่ลงตัวในทุก ๆ เรื่อง

            สุดท้ายนั้นคือในเรื่องของการหาจุดที่ลงตัวฝนทุก ๆ เรื่องเช่น ถ้าหากที่นอนนั้นถ้าหากว่าต้องการคนละสีก็ซื้อที่นอนแบบ 2 ชั้นมาใช้เลยนะครับ เพื่อที่จะเป้นจุดลงตัวทั้ง 2 ฝ่าย และทำให้การตกแต่งนั้นง่ายขึ้นด้วย

                และนี้เองเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาในกรณที่มีอยู่ 2 คนในการตกแต่งนะครับ ซึ่งเชื่อเถอะครับว่าการตกแต่งนั้นอยู่ที่ตัวเรา ผู้เขียนก็ทำได้เพียงแค่แนะนในเบื้องต้นได้เท่านั้นนะครับ ส่วนที่เหลือก็อยู่กับตัวคุณผู้อ่านแล้วนะครับ  ว่าจะตกแต่งแบบไหน

Indian Food

อาหารอินเดียที่น่าลอง

อาหารไทยเป็นที่รู้กันดีว่ามีรสชาติที่จัดจ้าน ครบรสความกลมกล่อม แต่บางครั้งก็เบื่อไม่รู้จะกินอะไรวันนี้จึงลองนำเอาเมนูอาหารอินเดียมาแนะนำ เนื่องจากในปัจจุบัน คนให้ความสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของอินเดียมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร ที่มีหลายคนได้ลองรับประทานแล้วก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าอร่อย บ้างก็ว่าไม่อร่อย แต่อาหารอินเดียก็มีเอกลักษณ์ในเรื่องของเครื่องเทศ ที่รับประทานแล้วในวันนี้ฉุนไปจนถึงวันหน้า มาดูกันว่าเมนูอาหารอินเดียอะไรที่นำมาให้ได้ลองไปชิม

  1. Thali แปลว่าถาด ใครที่ไม่รู้จะเลือกอะไรลองเลือกจานนี้มาลอง เพราะทางร้านจะเสิร์ฟมาเป็นเซทอาหารถาด ไม่ต้องเสียเวลาเลือก ในถาดจะประกอบไปด้วยแป้งนาน ไว้สำหรับจิ้มกับน้ำแกง ล้อมรอบถาดด้วยแกงต่าง ๆ ถือว่าเป็นอาหารอินเดียที่ Perfect เพราะจะให้รสสัมผัสที่ครบถ้วนทั้ง หวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ขม และแสบร้อน บางร้านก็จะมีของหวานวางมาในถาดให้ด้วย
  2. Biryani หรือข้าวหมกแบบอินเดีย โดยมักจะใช้ข้าวบาสมาตีที่มีขนาดใหญ่กว่าข้าวหอมมะลิทั่วไป เนื้อสัตว์ที่นิยมก็เห็นจะเป็น ไก่ แพะ เป็นต้น
  3. Dal หรือดาล เป็นอาหารอินเดียที่ผสมผสานกันระหว่างความเป็นแกงกับความเป็นซุปที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศ และสมุนไพร โดยมีการผสมถั่วเนื้อเนียน เพื่อเพิ่มความหอมให้กับแกงมากยิ่งขึ้น นิยมทานกับข้าวสวยหรือแป้ง
  4. Dosa เป็นอาหารอินเดียตอนใต้ ที่มักจะกินเป็นอาหารเช้า เป็นจานที่ไม่มีเนื้อสัตว์เลย สายมังสวิรัติถูกใจแน่นอน Dosa เป็นเพียงแค่แป้งทอดแผ่นบางที่มีลักษณะคล้ายกับเครป เลือกได้ทั้งแผ่นแป้งเนื้อธรรมดากับแบบปรุงรส ภายในจะสอดไส้เครื่องเทศผสมหนัก ๆ นำไปรับประทานคู่กับแกงรสชาติเข้มข้น รับรองว่าเข้ากันแน่นอน
  5. Chicken Curry เป็นจานที่คนไทยได้รับประทานแล้วต้องรู้สึกคุ้นลิ้นแน่นนอน เพราะรสชาตินั้นละม้ายคล้ายกับแกงเผ็ดของไทยเป็นอย่างมาก แต่จะมีความเผ็ดร้อนเครื่องเทศกว่าแกงเผ็ดบ้านเรา สามารถกินได้กับแป้งนานหรือจาปาตีก็อร่อยเช่นกันจ้า
  6. Kebab หรือเคบับ อาหารอินเดียที่แพร่หลายในช่วงที่มุสลิมมีอิทธิพลในอินเดีย ซึ่งเคบับเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกี เป็นเนื้อย่างที่ครอบคลุมทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว หรือเนื้อแกะ โดยนำเนื้อสัตว์เหล่านั้นมาเสียบใส่ไม้ และย่าง พร้อมกับทาซอส ในเมืองไทยก็มีขายอยู่ตามสตรีทฟู้ด ได้ชิมแล้วติดใจจนต้องกลับมาซื้อใหม่
  7. Paneer Butter Masala หรือแกงมาซาลาเนยปะนีร์ จะพิเศษด้วยมีรสเปรี้ยวที่ได้จากโยเกิร์ต เนื้อแกงเป็นแบบครีมข้น ๆ ได้รสสมุนไพรอย่างขิงสด กับผักชี ข้างในมีชีสที่หั่นเป็นลูกเต๋า รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลองไปรับประทาน
ผัดไทย

ผัดไทย

ผัดไทย เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เดิมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า “ก๋วยเตี๋ยวผัด” และได้รับการเปลี่ยนแปลงด้านรสชาติใหม่ตามอย่างอาหารไทยมากขึ้นในเวลาต่อมา ผัดไทยได้กลายเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่งเป็นช่วงเดียวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมานิยมรับประทานก๋วยเตี๋ยว เพื่อลดการบริโภคข้าวภายในประเทศ เนื่องจากในช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ข้าวแพง

แต่เพราะกระแสชาตินิยมที่มองว่าก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารจีนจึงได้ดัดแปลงให้ผัดไทยเป็นอาหารไทย ผัดไทยในยุคแรกใช้เส้นจันทบูรเป็นเส้นในการผัด ส่วนหมูนั้นก็จะไม่ใส่เพราะมองว่าเป็นผัดซีอิ๊วมากกว่า ซึ่งจะทำให้เหมือนกับอาหารจีนมากเกินไป โดยจะใส่กุ้งแห้งแทน นอกจากนี้ยังใส่ เต้าหู้เหลือง มะนาว ใบกระเทียม หัวปลีและถั่วงอก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในประเทศไทย และเรียกเปลี่ยนชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวผัด” เป็น “ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย” ตามชื่อใหม่ของประเทศ ปัจจุบันเรียกกันโดยย่อเหลือเพียงแค่ “ผัดไทย”

ปัจจุบันผัดไทยได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติไทย ผัดไทยเริ่มได้รับความนิยมไปทั่วโลก จากข้อมูลปี พ.ศ. 2546 มีร้านอาหารไทยกว่า 6,800 ร้านกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก และทุกร้านจะมีผัดไทย อีกเมนูหนึ่งคือ ต้มยำกุ้ง ผัดไทยในต่างแดนจะเน้นการเสิร์ฟบนภาชนะที่มีลวดลายวิจิตรสวยงาม ให้ภาพว่าเป็นอาหารของชนชั้นสูง อาหารชาววัง

ลักษณะของผัดไทย โดยทั่วไปนั้นจะนำเส้นเล็กมาผัดด้วยไฟแรงกับไข่ ใบกุยช่ายสับ ถั่วงอก หัวไชโป๊สับ เต้าหู้เหลือง ถั่วลิสงคั่ว และกุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยพริก น้ำปลา และน้ำตาล เสิร์ฟพร้อมกับมะนาว ใบกุยช่าย ถั่วงอกสด และหัวปลีเป็นเครื่องเคียง ร้านผัดไทยบางแห่งจะใส่เนื้อหมูลงไปด้วย บางที่อาจจะใช้เส้นจันท์ซึ่งเหนียวกว่าเส้นเล็ก เรียกว่า “ผัดไทยเส้นจันท์” หรือใช้วุ้นเส้น เรียกว่า “วุ้นเส้นผัดไทย” รวมทั้งผัดหมี่โคราชที่มีลักษณะคล้ายผัดไทย กินกับส้มตำ

นอกจากนี้ยังมีผัดไทยประยุกต์ โดยนำส่วนผสมทุกอย่างผัดให้เข้ากัน แล้วนำไข่เจียวมาห่อผัดไทยทีหลัง เรียกว่า “ผัดไทยห่อไข่” หรือบางที่อาจจะใส่กุ้งสดแทนกุ้งแห้ง เรียกว่า “ผัดไทยกุ้งสด” ร้านขายผัดไทยมักจะขายหอยทอดหรือขนมผักกาดควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากเครื่องปรุงที่ใช้มีหลายอย่างใช้ร่วมกัน

ผัดไทยนั้นไม่ใช่มีเพียงแต่ความอร่อย ผัดไทยมีคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย คือ ไขมันและไข่รวมทั้งกุ้งสดที่ใส่ในผัดไทยเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงสำหรับคนที่ต้องการพลังงานมาก โดยทั่วไปผัดไทย 1 จาน ให้พลังงาน 216.16 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 22.39 กรัม ไขมัน 10.84 กรัม โปรตีน 7.26 กรัม และแคลเซียม 67.98 มิลลิกรัม เวลารับประทานอาหารตามสั่งแล้วเบื่อเมนูข้าว ลองเลือกผัดไทยมาลองรับประทานรับรองว่าได้ทั้งความอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการด้วยนะ